พื้นฐานการมีอิสรภาพทางการเงิน

พื้นฐานการมีอิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom Basic)

คำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” หรือ Financial Freedom เป็นคำที่พิเศษมากคำหนึ่งในโลกทางการเงิน เพราะเปรียบเสมือนจุดหมายปลายทาง ของคนส่วนใหญ่ที่สนใจเรื่องเงินๆ ทองๆ คำนิยามที่คนส่วนใหญ่ให้กับมันก็คือ “ความมั่งคั่งร่ำรวย จนใช้จ่ายอย่างไรก็ไม่หมด” หรือ “ความสบาย จนสามารถที่จะหยุดทำงานได้”

แต่สำหรับผมและเพื่อนๆ ชาว richdadthai “อิสรภาพทางการเงิน” หมายถึง “การมีอิสรภาพที่จะเลือกใช้ชีวิต โดยไม่เงินมาเป็นเครื่องพันธนาการ” ทำ อยู่ เป็น บนพื้นฐานแห่งความรัก และอยากที่จะ ทำ อยู่ เป็น ตรงนั้น

ซึ่ง หากเรามองอิสรภาพทางการเงิน ด้วยแนวคิดแบบดังกล่าว ก็จะพบว่า ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเย็นจนเกินไปนัก เพราะเป็นการคิดแบบ inside-out หรือ เข้าใจและรู้จักตัวเองก่อน จากนั้นก็เพียงแค่เดินและมีความสุขบนทางที่ตัวเองเลือก โดยไม่สนใจกระแส หรือเครื่องพันธนาการอื่นใดเท่านั้นเอง

ไม่เพียงแต่มีหลักคิดที่ง่าย แต่อิสรภาพทางการเงินของพวกผม ยังสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยวิถีทางที่เรียกว่า “อิสรภาพทางการเงินขั้นพื้นฐาน” อีกด้วย

โดย อิสรภาพทางการเงินขั้นพื้นฐาน หรือ วิถีการดำเนินชีวิตที่คนจะประสบความสำเร็จทางการเงินต้องมี ซึ่งประกอบด้วย

1. ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง: ใช้ชีวิตง่ายๆ ตามแนวพระราชดำรัส ด้วยการประคองความคิด และสติให้อยู่ในกรอบของ “ความมีเหตุผล” “รู้จักพอประมาณ” และ “มีภูมิคุ้มกัน” เพียงหลักการง่ายๆ แค่นี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชีวิตของท่านอยู่รอดปลอดภัยจากปัญหา และวิกฤติการณ์ทั้งปวง หรือแม้เมื่อมีภัยมา การดำรงสติไว้อย่างมั่นคง บนหลัก 3 ประการดังกล่าว ก็ยังดีพอที่จะช่วยประคับประคองชีวิตของท่านให้ผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายได้

2. เก็บออมอย่างต่ำ 10% ของรายรับ: อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่า “ความมั่งคั่ง” เกิดจากการ “สะสม” ดังนั้น มันจึงไม่สำคัญว่า คุณหาเงินได้มากแค่ไหน แต่มันขึ้นอยู่กับว่า คุณเก็บเงินได้มากเพียงใดต่างหาก

เคยมีผลการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับ อุปนิสัยในการออม เทียบกับสถานะทางการเงิน พบว่า บุคคลที่ออมได้ในระดับ 10% ของรายรับ จะเป็นผู้ที่มีสถานะทางการเงินอยู่ในระดับ “พอมีพอกิน” ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าจะให้ถึงระดับมั่งคั่งแล้วละก็ จะต้องออมถึงระดับ 20% ของรายรับเลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเริ่มต้นออม (หรือเอาแต่นั่งฝันว่าสักวันจะออม) การเริ่มต้นที่ระดับ 10% ก็ถือว่าเป็นระดับที่ดี แต่สำหรับคนที่มีปัญหาทางการเงิน การเริ่มต้นออม 3-5% ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ครับ

3. สำรองเงินไว้ใช้จ่าย 6 เดือน:
เป้าหมายแรกของการเก็บเงิน ไม่ใช่การเก็บออมเพื่อไว้ใช้ตอนแก่ หรือเก็บออมไว้ลงทุน แต่เป็นการเก็บออมเพื่อสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เปรียบเสมือนการสร้างฟูกหนาๆ ไว้รองรับตัวเองในวันที่ไม่คาดฝัน อาทิ ตกงาน ถูกเบี้ยวค่าแรง หรือเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ เป็นต้น

การมีเงิน สำรองในระยะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีเวลาคิดอ่าน และมีสมาธิในการแก้ไขปัญหา มากกว่าคนที่ไม่มีฟูกรองกันล้มอยู่เลย หลักการของการสำรองเงินก็คือ นำเงิน 10% มาสะสมให้ได้เท่ากับ 6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน เช่น หากคุณมีรายจ่ายต่อเดือนเท่ากับ 20,000 บาท คุณก็ควรที่มีเงินสำรองไว้เท่ากับ 120,000 บาท (20,000 x 6) เป็นต้น

4. ประกันความเสี่ยงทุกประเภท:
คนเรามักมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของความเสี่ยง “คงไม่เกิดกับเราหรอก” “คนๆนั้นเขาโชคร้ายจริงๆ” เหล่านี้คือความคิดของคนที่ไม่พร้อมจะมีอิสรภาพทางการเงินเลยแม้แต่น้อย เริ่มต้นวันนี้ ด้วยการหันมามองชีวิต และสุขภาพของตัวเอง จากนั้นเผื่อแผ่ไปยังทรัพย์สินต่างๆ เลือกทำประกันความเสี่ยงที่เหมาะสม ไม่มากไป ไม่น้อยไป ควรแก่การณ์ เพื่อให้ยามค่ำคืน เป็นช่วงเวลาแห่งการนอนหลับและเป็นสุขสมบูรณ์ ปราศจากความวิตกกังวลใดๆ อย่างแท้จริง

5. เรียนรู้ตลอดชีวิต: ในโลกแห่งการเงิน “ยิ่งเรียนรู้มาก ยิ่งสร้างความมั่งคั่งได้มาก” หรือ High Understanding, High Returns ดังนั้น จงอยู่ลืม “ลงทุน” เวลาให้กับการเรียนรู้ โดยการอ่านหนังสือ เข้าร่วมอบรมสัมมนา พบปะพูดคุยกับผู้คน หรือเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มที่ท่านสนใจ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และทักษะทางการเงินของคุณให้สูงขึ้น เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เครื่องมือทางการเงินที่ทรงคุณค่าที่สุด ไม่ใช่ หุ้น ตราสารทางเงิน อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือธุรกิจใดๆ แต่มันคือ “ความฉลาดทางการเงิน” ที่สะสมอยู่ในตัวคุณ

6. บริจาคตามกำลัง: ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ที่แท้จริง เกิดขึ้นในใจ คนที่มีมาก แต่ยังให้ หรือแบ่งปันให้ผู้อื่นไม่ได้ เขาเหล่านั้นเป็นเพียงคนลโมภ ไม่ใช่คนมั่งคั่ง ดังนั้น เพื่อยกระดับความมั่งคั่ง และจิตวิญญาณของคุณ อย่าลืมที่จะแบ่งปันสิ่งที่คุณมีให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ ตามกำลัง ไม่เบียดเบียนตัวเอง และอย่าคิดเอาเองว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นน้อย เพราะบางสิ่งที่เล็กๆน้อยๆ ของเรานั้น อาจมีค่ายิ่งสำหรับคนที่รอคอยมันอยู่ก็ได้

เพียง 6 ข้อง่ายๆ นี้ ท่านก็สามารถเริ่มต้นสร้างชีวิตแห่งความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้แล้ว ส่วนใครต้องการจะยกระดับความมั่งคั่งของตัวเองให้สูงขึ้นนั้น ก็เพียงต่อยอดให้ใช้พลังทวี (leverage) ของความรู้ในหลักการที่ 5 (เรียนรู้ตลอดชีวิต) ให้ผลิดออกออกผลในระดับที่สูงขึ้นไปเท่านั้นเอง

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ผมพบว่าด้วยคิดพื้นๆ ดังกล่าว ได้ทำให้พวกเราหลายร้อยหลายพันชีวิต ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข แม้ในช่วงวิกฤติการณ์เช่นในปัจจุบัน และเชื่อเหลือเกินว่า หลักคิดพื้นๆ นี้ จะยังเป็นประโยชน์ต่อผู้คนที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน และมองหาหนทางในการเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: